You are currently browsing all posts tagged with 'เล่นหวย'.
Displaying 1 - 4 of 4 entries.

อึ้ง! ภาพนักเรียน ม.ต้น ถ่ายหวิว ว่อนเน็ต

  • Posted on January 17, 2012 at 10:30 am

MThai News : กลายเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก หลังมีภาพหวิวของนักเรียนสาว ม.ต้น ถูกส่งต่อทั้งในโซเชียลเนตเวิร์ค และมีการนำลิงค์ไปโพสในเว็บบอร์ดต่างๆ มากมาย

โดยภาพดังกล่าวถูกโพสในเฟสบุ๊ก ซึ่งเป็นภาพของนักเรียนหญิง ม.ต้น 7 คน มีทั้งสวมชุดนักเรียน ชุดพละศึกษา บางคนถอดเสื้อเหลือแค่ชั้นใน ถ่ายรูปบนเตียงในห้องนอน

ซึ่งหลังจากรูปดังกล่าวถูกโพสขึ้น มีคนแชร์ส่งต่อในเฟสบุ๊กกว่า 8,000 คน มีคนกดถูกใจกว่า 37,000 คน และมีคนแสดงความเห็นกว่า 63,000 ความเห็น โดยความเห็นส่วนใหญ่ต่างกล่าวตำหนิการกระทำดังกล่าว

ทั้งนี้บางความเห็นกล่าวว่า
“เกิดอะไรขึ้นกับเยาวชนไทย”
“เด็กสมัยนี้ทำไมกล้าทำเรื่องที่ไม่เหมาะสม”
“คิดถึงพ่อแม่บ้าง ก่อนทำอะไร”
“น่าสงสารอนาคตของประเทศ…อารยธรรมอันดีงาม…หมดกัน”

การคิดนอกกรอบความคิดเดิม ๆ

  • Posted on January 16, 2012 at 1:15 pm

savanvegas,savanvegas999 คิดนอกกรอบ ผู้เขียนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เมื่อยืนคอยลิฟท์อยู่บริเวณ ชั้น 2 ของศูนย์การค้าแห่งหนึ่งเพื่อจะขึ้นไปยังชั้น 4
เหตุที่หงุดหงิดเนื่องจากเมื่อลิฟท์ที่ขึ้นมาจากชั้น 1 มาถึงชั้น 2 จะมีผู้โดยสารอยู่เต็มทุกครั้งเป็นเช่นนี้ประมาณ 10 ครั้ง ผู้เขียนจึงถอยออกมานั่งรอที่เก้าอี้หน้าลิฟท์ สักพักหนึ่งลิฟท์ก็มาถึงอีก
คราวนี้เมื่อลิฟท์เปิดออก savanvegas,savanvegas999 ปรากฏว่าไม่มีผู้โดยสารแม้เพียงคนเดียว ผู้เขียนจึงรีบเดินเข้าไปด้วยความดีใจพร้อมผู้โดยสารที่รอพร้อมกันอีก 2 คน และกดปุ่มขึ้น ชั้น 4 เมื่อลิฟท์หยุดปรากฏว่าเป็น ชั้น 1 ผู้เขียน
จึงพูดกับผู้ที่อยู่ในลิฟท์ด้วยกันว่า “อ้าว ! ทำไมจึงลงมาที่ชั้น 1 ล่ะครับ” เขาตอบผู้เขียนว่า “เขายอมลงมาที่ ชั้น 1 ก่อน แล้วค่อยกดขึ้นไปชั้นที่ต้องการ ไม่เช่นนั้นจะรอนาน
เพราะผู้โดยสารที่ขึ้นมาจากชั้น 1 จะเต็มลิฟท์ทุกครั้ง เดี๋ยวได้ขึ้นชั้น 4 แน่นอนครับ” ผู้เขียนรู้สึกดีและกล่าวชื่นชมผู้โดยสารคนดังกล่าว ว่ามีความคิดสร้างสรรค์ดีมาก เขาบอกว่า
“เป็นการปรับตัวจากสถานที่ทำงานของเขา ร่วม 10 ปี ที่ทำงานอยู่ตึกสูง และต้องใช้ลิฟท์ขึ้น-ลงตลอด บ่อยครั้งเมื่อจะขึ้นก็ต้องลงมาก่อน และเมื่อจะลงก็ต้องขึ้นไปก่อน ไม่เช่นนั้นไม่ได้ไปสักที เพราะลิฟท์จะเต็มเสียก่อน”
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้เขียนคิดถึงพฤติกรรมและความคิดของตัวเองและคนอีกเป็นจำนวนมากที่ทำอะไรนานจนเคยชิน savanvegas,savanvegas999 และบันทึกไว้ในกรอบความคิดเดิม ๆ จนเป็นกรอบความคิดปัจจุบัน และคิดจากสิ่งที่เป็นอยู่
ไม่ได้คิดจากสิ่งที่เป็นไปได้ เฉกเช่นที่ผู้เขียนคิดว่าการจะขึ้นลิฟท์เพื่อไปชั้นที่สูงกว่าต้องกดสัญลักษณ์ขึ้น เท่านั้น ไม่มีใครพร่ำสอนและไม่มีประสบการณ์ว่าบางครั้งเมื่อจะขึ้นลิฟท์ควรจะกดสัญลักษณ์ลง มาก่อน
เพื่อจะได้ขึ้นไปชั้นที่ต้องการ เพราะวัตถุประสงค์ของผู้เขียนคือจะขึ้นไปชั้น 4
การกดสัญลักษณ์ขึ้น เพียงอย่างเดียว จึงเป็นการคิดจากความเคยชิน จากสิ่งที่เป็นอยู่ เมื่อในลิฟท์มีคนอยู่เต็มจึงยืนรอคอยลิฟท์ขาขึ้นเพียงอย่างเดียว โดยไม่พยายามคิดหาวิธีอื่นที่เป็นไปได้ แต่การกดลิฟท์ที่มีสัญลักษณ์ลง
ทั้ง ๆ ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อจะขึ้นไปชั้นที่สูงกว่านั้น เป็นการคิดจากสิ่งที่เป็นไปได้นอกกรอบเดิม จนสามารถขึ้นไปชั้น 4 ได้ในที่สุด
การคิดนอกกรอบ หมายถึง การคิดนอกกรอบความคิดเดิม ๆ ซึ่งอาจเป็นวิธีคิดที่เคยชินจากครอบครัว ประเพณีวัฒนธรรม การศึกษา อาชีพ และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ
ที่หล่อหลอมให้แต่ละคนมีชุดของความคิด savanvegas,savanvegas999 ชุดใด ชุดหนึ่งที่ส่งผลต่อวิธีปฏิบัติในการดำเนินชีวิตตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงเรื่องที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต อนึ่งในกรอบความคิดใด ๆ
นั้น มีข้อดีอยู่เสมอ แต่เมื่อไหร่ที่ถึงจุดวิกฤตเรามักจะพบว่ามีกรอบความคิดหรือวิธีคิดที่ดีกว่าเดิมเสมอ ด้วยการมองที่วัตถุประสงค์และผลลัพธ์ก่อนแล้วจึงแสวงหาวิธีคิดนอกกรอบเดิม
เพื่อค้นคว้าและพัฒนาสิ่งใหม่ให้ได้ เช่น เซอร์ไอแซก นิวตัน (Sir Isaac Newton) ที่ตั้งข้อสังเกตุและคิดนอกกรอบจึงสงสัยว่าทำไมแอ๊ปเปิ้ลจึงหล่น จนค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลกในที่สุด
หากเป็นคนไทยในอดีตเมื่อนั่งอยู่ใต้ต้นมะพร้าว จนเห็นลูกมะพร้าวหล่นมาเฉียดหัวก็คงจะรำพันว่า ดวงไม่ค่อยดีเลย เกือบแย่แล้ว แทนที่จะคิดว่าเพราะอะไรลูกมะพร้าวจึงหล่น
ระบบความคิดความเชื่อของแต่ละคนนั้นมีผลต่อวิถีชีวิตเสมอ savanvegas,savanvegas999 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ คือการฝึกคิดเชื่อมโยงจากสิ่งที่เคยทำ แล้วพัฒนาไปเรื่อย ๆ และคิดนอกกรอบความคิดเดิมที่เคยชิน
การฝึกคิดนอกกรอบนั้นจะช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวันได้ จะมองเห็น ทั้งความจริงที่เห็นและเป็นอยู่ และมองเห็นความเป็นไปได้ในแง่มุมต่าง ๆ จึงเป็นความคิดที่ต้อง
มีจินตนาการ และเป็นความคิดที่สามารถพัฒนาได้ โดยเฉพาะหากพัฒนาตั้งแต่วัยเด็กและวัยรุ่นจะส่งผลให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ทั้งต่อการดำรงชีวิตส่วนตัว ครอบครัวและสังคม
และจะเป็นการคิดที่ป้องกันและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างเป็นระบบระเบียบ ซึ่งเป็นคุณลักษณะหนึ่งของผู้ที่มีความฉลาดทางอารมณ์นั่นเอง

รู้สึกดีและเห็นคุณค่าของตัวเอง

  • Posted on January 16, 2012 at 12:14 pm

savanvegas,savanvegas999 หลักการ 5 เพื่อสร้างพลังใจสตรี ปี 55
เมื่อกลางเดือนธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมจัดนิทรรศการ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ ท่านผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฯ
ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับปัญหาการหย่าร้างและคดีฟ้องหย่ามีแนวโน้มมากขึ้น ส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการหย่าร้างจะป็นเด็กและสตรี กล่าวคือผู้หญิงที่ต้องหย่าร้างมักจะเป็นผู้ดูแลลูกมากกว่าฝ่ายชาย
และลูก ๆ เองก็มักปรับตัวได้ยาก เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กมีปัญหา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปัญหาการหย่าร้างยังคงมีในสังคมและมีแนวโน้มสูงขึ้นสตรีที่
ได้รับผลกระทบคงต้องมีการปรับตัวที่ดีและมีวิธีการสร้างความเข้มแข็งทางใจให้ตัวเอง เพื่อจะได้มุ่งมั่นฟันฝ่าดำเนินชีวิตและเลี้ยงดูลูกให้ดีที่สุด โดยมีวิธีการสร้างพลังใจห้าประการ ดังนี้ savanvegas,savanvegas999

1. รู้สึกดีและเห็นคุณค่าของตัวเอง การสร้างความรู้สึกดีและเห็นคุณค่าในตนเองนั้น เป็นสิ่งที่คนเราควรสร้าง ค้นหา และเก็บรักษาไว้ในใจให้ดี เพราะจะช่วยเป็นภูมิต้านทานทางจิตใจได้เป็นอย่างดี
การมองตนเองให้ดี ก็คือการมองเห็นคุณค่าของตนนั้นเอง อาจมองตั้งแต่วัยเด็กเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยพยายามค้นหาว่าตัวเองมีความภูมิใจอะไรบ้าง แล้วเก็บความภูมิใจนั้นไว้ให้ดี
จะช่วยให้รู้สึกดีและมองเห็นคุณค่าของตนเอง โดยเฉพาะสตรีนั้นเป็นเพศแม่ผู้ให้กำเนิดมนุษย์ทั่งโลกและเลี้ยงดูด้วยความเอาใจใส่ ด้วยสองมือแม่คือหัตถาครองพิภพ

2. หาใครสักคนที่ทำให้เชื่อได้ว่าเห็นคุณค่าของคุณ การหาใครหรือมีใครสักคนหรือสักกลุ่ม ที่ทำให้เชื่อได้ว่ารักจริงจัง และจริงใจต่อเราจริงๆนั้นมีความสำคัญมาก
จากผลการศึกษาคนที่มีความเข็มแข็งทางใจสูงทุกราย พบว่าทุกคนมีปัจจัยนี้ทั้งนั้นกล่าวคือการที่มีใครสักคนที่รักเรา ชื่นชมเรา ไม่ตำหนิติเตียนเรา พร้อมที่จะให้อภัยเราได้เสมอ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิต นั้นก็คือมีใครสักคนที่รู้สึกสำนึกในคุณค่าของเรานั่นเอง ในชีวิตหนึ่งอาจพบได้ไม่มากนัก เช่น ในครอบครัวอาจมีเพียงใครบางคนเท่านั้นที่ทำให้รู้สึกได้ว่ารักและจริงใจ แม้ในกลุ่มเพื่อน
ผู้ร่วมงานบางคน ก็พึงสัมผัสได้เพียงไม่กี่คน แต่คนเราควรรู้ได้ว่าใครคนนั้นสำหรับเราเป็นใคร และก็สานสายสัมพันธ์ไว้ให้ดีจะได้เป็นเกลียวใจซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยาก

3. ตั้งเป้าหมายในชีวิตอย่างเหมาะสม การตั้งเป้าหมายในชีวิตเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง savanvegas,savanvegas999 ที่จะช่วยส่งเสริมให้คนเราพบความสำเร็จ และเป็นเหตุที่ทำให้เห็นคุณค่าของตน
คนเราควรฝึกตั้งเป้าหมายในชีวิตตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งปั้นปลายของชีวิต เช่น ตั้งเป้าหมายว่าจะสอบให้ได้อันดับดี ๆ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล หรือตั้งเป้าหมายว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังการหย่าร้าง เป็นต้น
การตั้งเป้าหมายในชีวิตที่ดีควรเป็นเป้าหมายที่สอดคล้องกับความรู้ความสามารถ และความชื่นชอบของตนเอง และควรเป็นเป้าหมายที่ยืดหยุ่นและโยกย้ายได้ กล่าวคือถ้าตั้งเป้าหมายไว้สูงเกินไปก็ลดลงได้บ้าง
ถ้าตั้งเป้าหมายไว้ต่ำเกินไปก็เพิ่มสูงขึ้นได้ หรือตั้งเป้าหมายไว้อย่างหนึ่ง แล้วเป็นไปได้ยากก็เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ได้ หากทำได้อย่างนี้จะเป็นพลังใจให้คนเราขับเคลื่อนให้ถึงเป้าหมายได้

4. พบความสำเร็จเป็นระยะ ๆ การพบความสำเร็จในชีวิตทั้งด้านครอบครัว การศึกษา การทำงาน และปฏิสัมพันธ์ทางสังคมต่าง ๆ จะช่วยให้คนเราเกิดความภาคภูมิใจ และรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า
การจะพบความสำเร็จในชีวิตเป็นระยะๆ นั้นเชื่อมโยงมาจากการตั้งเป้าหมายในชีวิตที่เหมาะสมกับตน และมีความพากเพียร เพื่อไปให้ถึงความสำเร็จนั้น โดยอาจจะปฏิบัติตามหลักธรรมอิทธิบาท 4
ซึ่งเป็นหลักธรรมแห่งความสำเร็จ คือ
1 .ฉันทะ คือ ความพอใจ ยินดีในสิ่งที่ตนได้ พอใจในสิ่งที่ตนมี และยินดีด้วยสม่ำเสมอ 2. วิริยะ คือ มีความเพียรพยายาม
3. จิตต คือ เอาใจใส่ในสิ่งที่ตนยินดี 4. วิมังสา คือ นึกคิดใคร่ครวญ ตริตรองในสิ่งที่ตนคิดและทำ หากปฏิบัติได้เช่นนั้นจะช่วยให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้เป็นระยะ ๆ
savanvegas,savanvegas999
5. มีสายสัมพันธ์ที่เกื้อหนุน มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม จึงต้องอยู่กันเป็นพวกพ้อง เป็นกลุ่ม เป็นหมู่เหล่า เมื่อต้องอยู่เป็นสังคมจึงต้องสร้างสายสัมพันธ์ต่อกัน ทั้งในระดับครอบครัว
สังคม ประเทศชาติ และประชาคมโลกจนถึงเทวโลก กล่าวคือสายสัมพันธ์ที่เกื้อหนุนอาจเป็นคน สัตว์ สิ่งของ เทวดา ศาสดา ที่แต่ละคนนับถือ และหลักธรรมต่าง ๆ
ที่ใช้เป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจให้เกิดสายสัมพันธ์ได้เช่นกัน การที่คนเรารู้สึกได้ว่ามีสายสัมพันธ์ที่เกื้อหนุนและผูกพันต่อกันนั้น จะช่วยเป็นแหล่งสนันสนุนทางใจซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะในภาวะที่สตรีได้รับความทุกข์ ควรหาสายสัมพันธ์ที่เกื้อหนุนให้พบ savanvegas,savanvegas999

หลักการทั้ง 5 ประการ เป็นวิธีการสร้างความเข้มแข็งทางใจที่มีประสิทธิภาพที่สุด โดยเป็นชุดของคำอธิบายจากจิตวิทยาตะวันตก ซึ่งคนไทยเราก็ได้ปฏิบัติสอดคล้องกับหลักการ
ทั้ง 5 อยู่แล้ว อาจต่างกันที่ความเข้มข้นและจริงจังในแต่ละท้องถิ่นเท่านั้นเอง ความเข้มแข็งทางใจสำหรับสตรี จึงมีความสำคัญและมีคุณค่าต่อชีวิตมาก ช่วยทำให้มีพลังที่จะต่อสู้อุปสรรคต่าง ๆ
ของชีวิตได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าชีวิตจะพบความทุกข์ยากใด ๆ ความเข้มแข็งทางใจก็จะเป็นพลังค้ำยันให้พลังกายดำรงอยู่เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ จนผ่านพ้นไปด้วยดีและมีความสุขตลอดปี 2555

Tips เพื่อหน้าใสๆ ของสาววัยทีน

  • Posted on January 7, 2012 at 5:30 pm

คุณอาจจะยังไม่รู้ว่าใบหน้าอ่อนๆ ของตัวเองก็ต้องการการถนอมดูแลอยู่หลายขั้นตอนเหมือนกัน อยากมีใบหน้าไบรท์ๆ ไปนานๆ ก็ต้องลงทุนลงแรง บำรุงกันตั้งแต่ภายในยันภายนอก อะไรบ้างที่สาวๆ ควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้

1. ทำความสะอาดใบหน้าอย่างดี
         โดยเฉพาะสาวๆ ผู้รักการแต่งหน้า คุณต้องใช้ Cleanser ทำความสะอาดเครื่องสำอางก่อน แล้วจึงใช้โฟมล้างหน้ามาชะล้างทำความสะอาด ตบท้ายด้วยการเช็ด Toner อย่างนุ่มนวล ยิ่งสาวๆ ที่มักเป็นสิวเสี้ยนบ่อยๆ ยิ่งต้องระวังให้มาก ควรเลือกใช้โฟมล้างหน้าที่เหมาะสำหรับการรักษาสิวด้วย

     2. สครับหน้า
         ถ้าคุณแต่งหน้าเป็นประจำแทบทุกวัน การสครับใบหน้าก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะต่อให้คุณล้างหน้าสะอาดแค่ไหนก็ยังมีสิ่งสกปรกตกค้างอยู่บนใบหน้าและรู ขุม่ขนได้ ดังนั้นควรมองหาสครับที่มีเม็ดบีทส์ละเอียด มาขัดหน้า โดยใช้เวลาในการขัดสักพักเน้นบริเวณดั้งจมูกและคางที่มักเป็นจุดเกิดสิว เสี้ยนบ่อยๆ ควรสครับหน้าเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้งไม่ต้องมากกว่านี้

     3. ใช้ครีมบำรุงที่เหมาะกับผิวและวัย
        เนื่องจากในแต่ละวันผิวหน้าโดนทำร้ายจากทั้งมลภาวะและการแต่งหน้า เพราะฉะนั้นสาวๆ จึงต้องหมั่นบำรุงคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิว เลือกใช้ day cream และ night cream ที่เหมาะกับสภาพผิว และเหมาะกับช่วงอายุ สำหรับสาวผิวมันใช้ใช้ครีมบำรุงชนิดเจลดีกว่าชนิดครีมที่เหมาะกับสาวผิวแห้ง และธรรมดามากกว่า และถ้าเป็นสาววัยทีนก็เน้นครีมบำรุงที่ช่วยคงความชุ่มชื้นไว้ก็พอ ไม่ต้องเน้นการป้องกันริ้วรอยนัก

     4. ดื่มน้ำสะอาดให้มาก
         ถ้าเป็นไปได้สาวๆ ควรหาน้ำสะอาดดื่มทั้งวัน สำหรับน้ำประเภทอื่นๆ ไม่ว่าน้ำอัดลม ชา กาแฟ ก็ดื่มได้เป็นครั้งคราว อย่าดื่มมาก เพราะน้ำอัดลมทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารและกัดกระเพาะ ส่วนชา กาแฟมีคาเฟอีน ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้หน้าแก่ก่อนวัยด้วยค่ะ

     5. ออกกำลังกายเป็นประจำ
          ต่อให้เรียนหนักแค่ไหนก็ต้องหาเวลาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือดลมจะได้สูบฉีดดี สุขภาพจิตเริ่ด ส่งผลให้หน้าใสตามมาโดยอัติโนมัติ

     6. ไม่นอนดึก
         ต่อให้คุณจะเซลฟ์ในความอ่อนเยาว์ของตัวเองแค่ไหน แต่ก็อย่าได้ทรมานสังขารตัวเองด้วยการนอนดึกเลยค่ะ ถึงแม้ใจคุณยังบอกว่าไหว แต่จริงๆ ร่างกายกำลังโดนทำร้ายอยู่ ก็ช่วงตั้งแต่ 4 ทุ่มเป็นต้นไปน่ะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆ ดังนั้นการได้นอนหลับพักผ่อนก็จะช่วยให้การซ่อมแซมนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ใบหน้าคุณจะได้คงความอ่อนเยาว์ไปนานๆ ไม่ดูโทรมเร็วกว่าเพื่อนๆ

     7. เลี่ยงแดด
         หลบเลี่ยงแดดเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปะทะกับแสงแดดที่แรงจัดเป็นเวลานานๆ ยิ่งทำให้หน้าคุณแก่โทรมโดยไม่รู้ตัว ไหนจะฝ้ากระที่จะมาหาอีก ก่อนออกจากบ้านทุกวันอย่าลืมทาครีมกันแดด จะได้เพิ่มเกราะป้องกันยูวีเอาไว้ ส่วนค่า SPF จะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะอยู่ในที่ร่มเยอะหรือต้องออกแดดในระหว่างวัน ด้วย และจำไว้ว่าครีมกันแดดจะประสิทธิภาพปกป้องผิวได้ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมงต่อการทา 1 ครั้ง ฉะนั้นถ้าไปทะเลหรือออกแดดนานๆ ควรทาครีมกันแดดระหว่างวันด้วย

     8. ลงทุนใช้ของดีๆ
         ของในที่นี้รวมทุกสิงทุกอย่างในโลกที่คุณเอามาสัมผัสผิวหน้า หลักๆ ก็คงมีครีมบำรุงและเครื่องสำอาง คุณอาจจะไม่ต้องซื้อของแพง เอาแค่ของคุณภาพที่มีตรารับรอง ไม่เน้นแบรนด์ การยอมลงทุนในส่วนนี้นับว่าเป็นการประหยัดในระยะยาว เพราะคุณจะไม่ต้องไปเสียค่าหมอสิวบ่อยๆ

     9. เลี่ยงการสัมผัสใบหน้าระหว่างวัน
         ในระหว่างวันมือคุณต้องสัมผัสกับสิ่งสกปรกมากมายแค่ไหน ถ้าคุณยังเอามือไปสัมผัสบนใบหน้าอีก ก็เท่ากับว่าคุณพาเอาเชื้อโรคต่างๆ ไปแปะไว้บนหน้าด้วยมือคุณเอง ดังนั้นควรมีสติ ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าหรือทาครีมระหว่างวันก็ต้องล้างมือก่อนทุกครั้ง นอกจากนี้ทุกวันเมื่อไปถึงที่ทำงานหรือทันทีที่กลับถึงบ้านให้คุณล้างมือ ก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการที่คุณจะเผลอเอามือไปจับหน้าจับตาให้สิวขึ้นได้

     10. พบแพทย์เมื่อมีปัญหาผิว
         หากคุณมีปัญหาเรื่องผิวบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรก็แล้วแต่ ให้คุณปรึกษาแพทย์โรคผิวหนังที่ชำนาญเท่านั้น อย่าได้มัวเสียเวลาไปหาที่ปรึกษาความงามตามเคาน์เตอร์ต่างๆ จะเป็นการเสียเงินฟรี แถมถ้ารักษาผิดๆ ถูกๆ หน้าอาจจะพังหนักเข้าไปอีก