You are currently browsing the archives for November 2011.
Displaying 11 - 20 of 37 entries.

ว๊าวววว…คลิปคล้าย “ดินโญ่” ช่วยตัวเองผ่านเน็ต !!

  • Posted on November 27, 2011 at 12:52 pm
ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ซุบซิบดารา ดารา

ว๊าวววว…คลิปคล้าย  “ดินโญ่”  ช่วยตัวเองผ่านเน็ต !!

งานเข้าเต็มๆ เลย  เมื่อแข้งคนดังระดับโลกทีมชาติบราซิล ของทีม ฟลาเมงโก้  “โรนัลดิน โญ่”  เมื่อในช่วงกลางคืนที่ผ่านมานี้เอง  ได้ตกเป็นข่าวอื้อฉาวโครมใหญ่  เมื่อมีคลิปวิดีโอชายหน้าคล้ายเจ้าตัวหลุดเล่นเสียวสยิวช่วยเหลือตัวเอง   ผ่านกล้องเว็บแคม  และถูกเผยแพร่กระจายทั่วโลกออนไลน์อย่างมากมายในขณะนี้

 ดินโญ่

 “โรนัลดิน โญ่”

โดยในรายงานระบุว่า  มือมืดได้แอบเอาคลิปคนหน้าเหมือน  “โรนัลดิน โญ่”  วัย 31 ปี  ที่เพิ่งจะเดินทางกลับมาติดทีมชาติบราซิล  เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา  ในนัดกระชับมิตรที่ บราซิล เฉือนชนะ กานา 1-0  มาอัพโหลดลงใน  เว็บไซต์ยูทูบ

 ดินโญ่

 “โรนัลดิน โญ่”

อย่างไรก็ตาม  คลิปวิดีโอดังกล่าวนี้  ได้ถูกลบทิ้งในเวลาต่อมา  เนื่องจากในเนื้อหาของคลิปวิดีโอสื่อไปทางลามกอนาจาร  ขัดต่อศีลธรรมอันดีนั่นเอง

 ดินโญ่

  “โรนัลดิน โญ่”

  • Filed under:
    • Uncategorized

กู้หน้า!ไทย ติดโผ1-5แข้งซีเกมส์ฟอร์มเยี่ยมเว็ปลูกหนังโลก

  • Posted on November 26, 2011 at 6:34 pm

คอลัมนิสต์แห่งเว็บไซต์โกล ดอด คอม เว็บลูกหนังชื่อดังระดับโลก  เขียนบทความยกย่องนักเตะไทยชุดซีเกมส์ 2011 (อินโดนีเซียเกมส์)  ณธฤษภ์ ธรรมรสโสภณ มิดฟิลด์ริมเส้น ‘มังกรไฟ’ บีอีซี เทโรศาสน ว่าเป็นนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดให้กับทีมฟุตบอลทีมชาติไทย แม้จะตกรอบแรกก็ตาม

เมื่อมีชื่อติดเข้าไปอยู่ในการ จัดอันดับ 5 นักเตะผลงานยอดเยี่ยมในซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ร่วมกับนักเตะอีก 4 ราย อาทิ   พาทริช วางไก หัวหอกอินโดนีเซียวัย 23 ปี ที่คอลัมนิสต์โกล ยกให้เป็น อเนลก้าอินโดนีเซีย

พาม ธานห์ ลวง มิดฟิลด์เท้าซ้ายของเวียดนาม, คยอ คู คู หัวหอกของพม่า และ ไครูล ฟาห์มี เช มาต ผู้รักษาประตู มาเลเซีย

ทั้งนี้ เหตุผลที่ได้รับการยกย่องครั้งนี้ทางเจ้าของบทความบทความวิเคราะห์ว่า ณธฤษภ์ (เบอร์ 14)เป็นนักเตะที่ยิงประตูได้ดี แม่นยำและโดดเด่นในแผงมิดฟิลด์สามารถพาบอลไปกับตัวได้ดี.

  • Filed under:
    • Uncategorized

10 ต้นไม้มหัศจรรย์ที่สุดในโลก

  • Posted on November 26, 2011 at 6:26 pm

อันดับ 1 – Baobab
ต้นไม้ที่มหัศจรรย์ที่สุดก็คือต้น Baobab หรือ
ต้นขนมปังลิง! (monkey bread tree) 
สามารถ
เติบโตได้ถึง 100 ฟุตและกว้าง 35 ฟุต สิ่งแปลก
ประหลาดของต้นไม้นี้ก็คือ ภายใต้ลำต้นที่บวมนี้
คือ ที่เก็บน้ำที่จุได้มากถึง 120,000 ลิตร
ไว้ใช้ในสภาวะอากาศแห้งแล้ง

อันดับ 2 – Bristlecone Pine
ต้นสน Bristlecone ถือได้ว่าเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่มาก
ซึ่งพันธุ์ Methuselah นั้นจัดเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ที่มีอายุ 4,838 ปี อยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 11,000 ฟุต

อันดับ 3 – Banyan
ต้น Banyan ตั้งชื่อตาม “banians” หรือผู้บุกรุก
ชาวฮินดูที่ทำกิจกรรมต่างๆ ภายใต้ต้นไม้นี้ และ
ต้น Banyan เคยเป็นบ้านต้นไม้ของโรบินสัน ครูโซมาแล้วด้วย

อันดับ 4 – Tule
ต้น Tule เป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดในต้นไม้ตระกูล
Montezuma Cypress ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Oaxaca
ประเทศเม็กซิโก มีขนาดลำต้นโดยรอบ 190 ฟุต
( 58 เมตร) ซึ่งมีความหนาจนผู้คนพูดว่าแทนที่
คุณจะโอบกอดมัน…มันกลับโอบกอดคุณแทน

อันดับ 5 – Pando
ต้น Pando หรือ Trembling Giant ในรัฐยูท่าห์
ประกอบไปด้วยกว่า 47,000 กิ่งก้านสาขาที่แผ่ขยายไป
ทั่วพื้นที่ 107 เอเคอร์ หนักประมาณ 6,600 ตัน
และมีระบบรากแก้วใต้ดินที่ใหญ่โตมาก เฉลี่ยแล้ว
แต่ละกิ่งก้านนั้นมีอายุประมาณ 130 ปี รวมทั้งระบบ
ของต้น Pando เหล่านี้ศิริอายุร่วม 80,000 ปี

 

อันดับ 6 – Chapel – Oak of Allouville – Bellefosse
ต้น Chapel – Oak of Allouvill – Bellefosse เป็น
ต้นไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในฝรั่งเศส มันไม่ใช่เพียงแค่
ต้นไม้ธรรมดา แต่เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาอีกด้วย
ในปัจจุบันบางส่วนของโอ๊คต้นนี้ได้ร่วงเลยไปบ้างแล้ว
ตามกาลเวลา แต่ผู้คนที่นั่นใช้เสาและสายเคเบิ้ลในการ
รองรับต้นไม้เก่าแก่ต้นนี้

อันดับ 7 – Coast Redwood
ต้น Coast Redwood ถือเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก
โดยเจ้าต้นที่ชื่อว่า Hyperion ใน Redwood National Park
นั้นมีความสูงกว่า 379 ฟุต (115 เมตร) จุดเด่นของมันก็คือ
ต้น Coast Redwood จะประกอบไปด้วยต้นแคลิฟอร์เนีย
เรดวู้ดยักษ์ถึง 4 ต้น ซึ่งมันใหญ่ขนาดที่ว่าเราสามารถขับรถผ่านได้!


อันดับ 8 – Giant Sequoias
ต้น Giant Sequoias ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่ใหญ่
ที่สุดในโลก ปลูกใน เซียร์ร่า เนวาดา รัฐแคลิฟอร์เนีย
ซึ่งต้น Giant Sequoias ที่ใหญ่ที่สุดคือพันธุ์ Genaeral
Sherman ตั้งตระหง่านใหญ่ยักษ์อยู่ใน Sequoia
National Park มีลำต้นสูงถึง 275 ฟุต ( 83.8 เมตร)
และหนัก 6,000 ตัน


อันดับ 9 – Circus
Axel Erlandson เกษตรกรปลูกถั่วคนหนึ่งได้ดัดแปลง
และแกะสลักต้นไม้เป็นรูปร่างและลวดลายที่แสนมหัศจรรย์
จริงๆ เขาได้ตั้งชื่อมันว่าต้น “Circus” นี่คือตัวอย่างเจ้าต้น
Circus ที่คิดว่ากว่าจะทำได้คงลำบากน่าดู

อันดับ 10 – Lone Cypress
ต้น Lone Cypress ขึ้นต้องแรงปะทะโดยลมหนาวจาก
มหาสมุทรแปซิฟิกอยู่ที่ชายหาด Pebble ในมอนทาเร่
รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้จะมีขนาด
ไม่ใหญ่โตมาก แต่มันตั้งเด่นเป็นสง่า (แบบว้าเหว่)
อยู่ท่ามกลางทัศนียภาพที่สวยงามของมหาสมุทรแปซิฟิก

ร้านอาหารที่สูงที่สุดในโลก

  • Posted on November 24, 2011 at 9:45 pm

เป็นภาพบรรยากาศร้านอาหารที่สูงที่สุดในโลก
ซึ่งอยู่สูงถึง 1,350 ฟุตจากชั้นล่างของ Burj Khalifa, อาคารที่สูงที่สุดในโลกที่สร้างขึ้นในดูไบ

ทั้งหรู ทั้งสูง ราคาคงแพงไม่น้อย

  • Filed under:
    • Uncategorized

“ท่านอนสำหรับคนท้อง”

  • Posted on November 24, 2011 at 2:49 pm

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรนอนท่าไหน ? เรามีคำตอบ … “ท่านอนสำหรับคนท้อง”

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรนอนท่าไหน ? เป็นคำถามที่ไม่ว่าจะเป็นตัวคุณแม่ตั้งครรภ์เองหรือแม้แต่ตัวคุณพ่อผู้เป็นสามีที่ห่วงใยศรีภรรยานั้นมักจะถามกันเข้ามามากเลยทีเดียวค่ะ วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) เลขขออาสาหาคำตอบที่ว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ควรนอนท่าไหน ? มาตอบให้คลายสงสัยด้วยคำตอบที่ว่า ท่านอนสำหรับคนท้อง ซึ่งด้วย ท่านอนสำหรับคนท้อง นี้จะเป็นการตอบคำถามของคุณแม่ตั้งครรภ์และคนที่ห่วงใยในคุณแม่ตั้งครรค์และลูกน้อยตัวเล็กที่อยู่ในท้องอีกด้วยค่ะ วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นำคำถามที่ว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ควรนอนท่าไหน ? มาตอบให้ทุกคนที่มีข้อสงสัยกันแล้วก็อย่าลืมนำ ท่านอนสำหรับคนท้อง ที่เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นำมาฝากกันในวันนี้ไปลองใช้กันดูนะค่ะ เพราะเชื่อว่า ท่านอนสำหรับคนท้อง นำมาฝากกันในวันนี้จะเหมาะกับคุณแม่ที่รู้สึกว่ามีอาการนอนไม่ค่อยหลับ หรือ นอนหลังไม่ค่อยสบายตัว ซึ่งเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมและระบบการทำงานในร่างกายของคุณแม่ เช่น การหายใจ น้ำหนักตัว ฯลฯ นั้นเรามาดูตัวช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์นอนหลับสบายมากยิ่งด้วย ท่านอนสำหรับคนท้อง กันดีกว่าค่ะ ต่อไปก็หมดหวงเรื่องคำถามที่ว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ควรนอนท่าไหน ? กันเลยค่ะ

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรนอนท่าไหน ?

แม่ท้องกับการนอน

การนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะระหว่างวันอวัยวะแต่ละส่วนในร่างกายทำงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่คุณนอนหลับอวัยวะหรือกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เช่น สมองร่างกาย มีการซ่อมแซมส่วนที่ใช้งานเท่ากับได้พักผ่อนไปด้วย โดยเฉพาะฮอร์โมนการเจริญเติบโตก็ทำงานมีประสิทธิภาพส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิต ทำให้คุณสดชื่น แจ่มใส อารมณ์ดี พร้อมกับการเริ่มต้นกิจวัตรประจำวันต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะพัฒนาการการเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ก็เป็นผลพวงที่ได้รับจากการนอนหลับพักผ่อนเพียงพอของคุณแม่ค่ะ

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรนอนท่าไหน

 

ท่านอนสำหรับคนท้อง ข้อดี-ข้อเสีย

1. นอนคว่ำ

การนอนคว่ำทำให้อวัยวะบางส่วน เช่น ใบหน้า เต้านม ท้อง และมดลูกถูกกดทับส่งผลให้ระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย เช่น ระบบทางเดินหายใจ หรือสมองไม่สะดวก

2. นอนหงาย

แม่ท้องควรเลี่ยงท่านอนหงายค่ะ ก็ด้วยน้ำหนักของมดลูกที่เพิ่มตามตามอายุครรภ์กดทับเส้นเลือดใหญ่ทำให้คุณแม่มีอาการปวดหลัง หลับไม่สบาย ยิ่งช่วงท้องแก่ใกล้คลอด การนอนท่านี้จะยิ่งทำให้รู้สึกหายใจลำบาก หน้ามืด เป็นลมได้ง่ายๆ เพราะเลือดหมุนเวียนได้น้อยลง

3. นอนตะแคงขวา

การเคลื่อนไหวไม่ว่าจะเปลี่ยนท่าทางจากนอนจะลุกขึ้นนั่งหรือจากนั่งลุกขึ้นยืนขนาดของมดลูกที่โตขึ้นจะกดทับบริเวณหัวหน่าวของคุณแม่ทำให้รู้สึกเจ็บเสียดท้องน้อยได้ ฉะนั้นจากท่านอนท่าเดิมคุณแม่อาจนอนในท่าตะแคงด้านข้าง (ข้างใดข้างหนึ่งก็ได้) เพื่อช่วยลดอาการที่เกิดขึ้น

4. นอนตะแคงซ้าย

ถ้าคุณแม่นอนตะแคงซ้ายโดยไม่อืดอัดก็สามารถนอนท่านี้ได้ เพราะมดลูกจะไม่กดทับเส้นเลือดใหญ่ในช่องท้อง ถ้านอนตะแคงซ้ายแล้วอืดอัดทำให้นอนหลับได้ไม่ดีจะเปลี่ยนเป็นท่านอนอื่นๆ ที่คุณแม่รู้สึกสบาย สามารถนอนหลับพักผ่อนได้ดีน่าจะสำคัญกว่าเรื่องของท่านอน

TIPS : คุณแม่ตั้งครรภ์ควรนอนท่าไหน

1. หมอน

จะช่วยให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้นกับอาการต่างๆ เช่น ปวดหลัง ก็อาจหนุนหมอนไว้ด้านหลังพยุงตัวคุณแม่เอาไว้ ถ้าให้หลับสบายด้วยท่านอนตะแคงอาจใช้หมอนรองน้ำหนักท้อง และเมื่อรู้สึกเมื่อยล้า ปวดขา ก็ให้เอาขาวางบนหมอนทั้ง 2 ข้าง

2. เพลง

เป็นกิจกรรมก่อนนอนที่อยากแนะนำค่ะ เพราะคลื่นเสียงที่มีจังหวะช้าๆ ฟังสบายๆ จะช่วยให้จิตใจและร่างกายผ่อนคลายเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีช่วยให้คุณแม่หลับสบายหรือหลับได้ง่ายขึ้น

3. หนังสือ

คุณแม่หลายคนเลือกที่จะอ่านหนังสือก่อนนอน เพราะการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะช่วยทำให้เกิดสมาธิ ความสงบรู้สึกสบายใจ ส่งผลให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและหลับในที่สุด

4. กลิ่น

ก็สามารถเพิ่มบรรยากาศที่ดีภายในห้องนอนได้ คุณแม่อาจจุดเทียนหอมหรือน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบและสกัดจากธรรมชาติไม่ให้มีกลิ่นฉุนจนเกินไป (พอให้รู้สึกสบายใจ ก็เพียงพอค่ะ)

  • Filed under:
    • Uncategorized

ผิวเนียนสวยด้วยแป้งฝุ่น

  • Posted on November 23, 2011 at 8:47 pm
แต่งหน้า

ผิวเนียนสวยด้วยแป้งฝุ่น (WOMAN’S Story)

เทรนด์การแต่งหน้าด้วยแป้งฝุ่น เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมในตอนนี้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นการแต่งหน้าที่ให้ลุคบางเบาดูเป็นธรรมชาติ และเหมาะสำหรับเมืองร้อนอย่างเมืองไทยบ้านเราเสียด้วย แต่จะทำอย่างไรให้ทาแล้วดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ เรามีเคล็ดลับมาฝากกันด้วยล่ะ

 เมื่อเลือดแป้งฝุ่นที่โทนสีเหมาะกับสีผิวแล้วนั้น ก่อนอื่นต้องลงครีมกันแดดเนื้อบางเบา รวมถึงบีบครีมหรือรองพื้นตามลงไป เกลี่ยเนื้อครีมให้บางเบาที่สุด

 จากนั้นตามด้วยแป้งฝุ่น เคล็ดลับก็คือการทาแป้งฝุ่นให้เรียบเนียนนั้นอุปกรณ์ที่ใช้ควรเป็นแปรง โดยใช้แปรงแตะแป้งฝุ่นแล้วเคาะเบา ๆ

 ต่อมาก็ทำการทาด้วยการหมุนแปรงเป็นวงกลม วนที่บริเวณตรงกลางของใบหน้าก่อน แล้วค่อย ๆ ไล่ไปด้านนอกให้ทั่วทั้งใบหน้า

เพียงเท่านี้ ผิวหน้าก็จะเรียบเนียนสวยแล้วล่ะ จากนั้นก็ลงเครื่องสำอางอื่น ๆ ตามได้เลยจ้ะ

น่ารู้! ยาคุมกำเนิดแบบแปะ

  • Posted on November 23, 2011 at 6:42 pm

น่ารู้! ยาคุมกำเนิดแบบแปะ หรือ ยาคุมกำเนิดแบบแผ่น

วันนี้เรามีเกร็ดความรู้ที่ต้องบอกคุณสาวๆ ทั้งหลายว่าไม่ควรพลาดสำหรับยาคุมกำเนิดแบบแปะหรือ ยาคุมกำเนิดแบบแผ่น นอกจากถุงยางอนามัยแล้วการคุมกำเนิดที่ใช้ได้ผลเป็นอย่างมากอีกวิธีหนึ่งนั้นก็คือการทานยาคุมกำเนิด แต่สาวๆ หลายๆ คนก็คงจะมีงงบ้างอะไรบ้างว่าการทานยาคุมกำเนิดจะต้องทานแบบไหน จะต้องนับยังไงก็เลยเป็นเหตุให้สาวๆ ทั้งหลายอาจจะกังวลจนหลงๆ ลืมๆ ทานแบบผิดๆ ถูกๆ ต้องยอมรับเลยว่าการทานยาคุมกำเนิดนั้นค่อนข้างที่จะยุ่งๆ ยากมากๆ จริงๆ แหล่ะค่ะ วันนี้เราก็เลยได้นำเอา ยาคุมกำเนิดแบบแปะ หรือ ยาคุมกำเนิดแบบแผ่น มาแนะนำให้คุณสาวๆ ทั้งหลายได้รู้กัน สำหรับ ยาคุมกำเนิดแบบแปะ หรือ ยาคุมกำเนิดแบบแผ่น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สะดวกและที่สำคัญยังสามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีเหมือนการกินยาคุมถึง 99 % เชียวนะค่ะ ว่าแล้วเราก็เข้าไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ยาคุมกำเนิดแบบแปะ หรือ ยาคุมกำเนิดแบบแผ่น ให้มากขึ้นกันเลยดีกว่าค่ะ ยังไงก็ก่อนจะใช้อะไรก็ควรจะศึกษาให้ดีให้ละเอียดก่อนเพื่อสุขภาพของตัวคุณเองนะค่ะ

ยาคุมกำเนิดแบบแปะ หรือ ยาคุมกำเนิดแบบแผ่น คือ

ยาคุมกำเนิดแบบแปะ หรือ ยาคุมกำเนิดแบบแผ่น (อังกฤษ : Transdermal patch female contraceptive) เป็นยาคุมกำเนิดแบบใหม่ที่เพิ่งเข้านำเข้ามาใช้ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพดีเทียบเท่ายาเม็ดคุมกำเนิดชนิด Combined pill โดยใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะสัปดาห์ละ 1 แผ่น ในระหว่างที่ใช้แผ่นแปะ สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ เช่น อาบน้ำ ว่ายน้ำ ออกกำลังกาย โดยไม่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา จึงเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ง่าย สะดวก ลดปัญหาการลืมทานยาเม็ด

กลไกในการป้องกันการตั้งครรภ์

ทำให้เมือกที่บริเวณปากมดลูกเหนียวข้นขึ้น ซึ่งทำให้อสุจิผ่านเข้ามาผสมกับไข่ได้ยากขึ้น และมีผลทำให้เยื่อบุมดลูกบางลง ไม่เหมาะต่อการฝังตัวของไข่ นอกจากนี้ยังมีผลยับยั้งการตกไข่

วิธีการใช้ยาคุมกำเนิดแบบแปะ หรือ ยาคุมกำเนิดแบบแผ่น

- ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะผิวหนังใน 1 กล่อง มีแผ่นแปะ 3 แผ่น ซึ่ง 3 แผ่นนี้จะใช้แปะผิวหนังใน 1 รอบเดือน (รอบเดือนปกติของสตรีจะมีระยะเวลาประมาณ 28 วัน หรือ 4 สัปดาห์) โดยในแผ่นของยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ จะแปะผิวหนังได้นาน 1 สัปดาห์ และต้องใช้ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ของรอบเดือน ส่วนสัปดาห์ที่ 4 เป็นช่วงที่ไม่มีการใช้ยา สรุปคือ ใน1 รอบเดือน ให้แปะแผ่นยาคุมกำเนิด 3 สัปดาห์ และหยุดแปะ 1 สัปดาห์

- เริ่มแปะแผ่นยาในวันแรกที่มีประจำเดือนโดยใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะในวันแรกที่รอบเดือนมา ซึ่งเริ่มใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดภายใน 24 ชั่วโมงในวันแรกที่รอบเดือนมา และนับวันที่แปะแผ่นคุมกำเนิดในวันนี้เป็นวันที่หนึ่งของการใช้ยาคุมกำเนิด ซึ่งวันเปลี่ยนแผ่นยาจะตรงกับวันที่แปะแผ่นยาคุมกำเนิดวันนี้ในทุกสัปดาห์ และมีผลในการคุมกำเนิดทันที่ไม่ต้องใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วย

- เริ่มแปะแผ่นยาในวันอาทิตย์ระหว่างสัปดาห์ที่มีประจำเดือนมา โดยเริ่มใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะในวันอาทิตย์ ส่วนรอบต่อไปก็เปลี่ยนแผ่นแปะทุกวันอาทิตย์ทั้งนี้ในช่วง 7 วันแรก ควรใช้การคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย

- บริเวณที่เหมาะสมในการแปะแผ่นยาคุมกำเนิด คือ สะโพก หน้าท้อง ต้นแขนด้านนอก หรือ แผ่นหลังช่วงบน แต่ห้ามแปะบริเวณหน้าอก

 

 

ยาคุมกำเนิดแบบแปะ หรือ ยาคุมกำเนิดแบบแผ่น

 

 

ข้อควรปฏิบัติ ยาคุมกำเนิดแบบแปะ หรือ ยาคุมกำเนิดแบบแผ่น

1. ข้อควรปฏิบัติในกรณีลืมเปลี่ยนแผ่นยาคุมกำเนิด

- กรณีลืมเปลี่ยนแผ่นยาในสัปดาห์แรกของรอบเดือน ให้แปะยาแผ่นใหม่ทันที่ที่นึกขึ้นได้ วันเปลี่ยนแผ่นยาจะเปลี่ยนใหม่จะเป็นวันใหม่นี้แทน และต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นด้วย เช่น สวมถุงยางอนามัยใน 7 วันแรก

- กรณีลืมเปลี่ยนแผ่นยาในสัปดาห์ที่ 2 หรือ 3 ของรอบเดือน
หากลืมน้อยกว่า 48 ชั่วโมง ควรปฏิบัติดังนี้ แปะแผ่นยาใหม่ทันทีที่นึกได้ และวันเปลี่ยนแผ่นยาคงเป็นวันเดิมไม่จำเป็นต้องใช้วิธีทุมกำเนิดอื่นร่วมด้วย
หากลืมมากกว่า 48 ชั่วโมง ควรปฏิบัติดังนี้ แปะยาแผ่นใหม่ทันทีที่นึกขึ้นได้ ให้นับยาแผ่นใหม่ที่แปะนี้เป็นยาแผ่นแรกของรอบการใช้ยาแผ่นใหม่ทันทีและต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น สวมถุงยางอนามันใน 7 วันแรก

2. ข้อควรปฏิบัติในกรณีแผ่นยาคุมกำเนิดหลุดลอก

- กรณีแผ่นยาหลุดน้อยกว่า 1 วัน แปะยาแผ่นใหม่ทันที แล้วเปลี่ยนแผ่นยาใหม่ในวันเปลี่ยนแผ่นยาตามกำหนด

- กรณีลืมแผ่นหลุดนานเกิน 1 วัน ผู้ใช้ควรหยุดรอบการนับการใช้แผ่นยาเดิมและให้เริ่มต้นการใช้แผ่นยาคุมกำเนิดรอบใหม่ทันทีและนับวันนี้เป็นวันแรกของการใช้รอบใหม่และต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น สวมถุงยางอนามันใน 7 วันแรก

อาการอันไม่พึงประสงค์ในการใช้ยาคุมกำเนิดแบบแปะ หรือ ยาคุมกำเนิดแบบแผ่น

- คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ

- อาจพบอาการคันเล็กน้อยในตำแหน่งที่แปะในแผ่นแรกของการใช้ยา ซึ่งอาการคันจะทุเลาลงใน 3-4 วัน

- อาจพบเลือกออกกะปริดกะปรอยได้ในรอบเดือนแรกของการใช้ยา

- ประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดจะลดลงเมื่อใช้กับสตรีที่มีน้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัม

  • Filed under:
    • Uncategorized

4 อาหารเสริมยอดฮิต ตัวช่วยความสวย

  • Posted on November 21, 2011 at 8:50 pm
อาหารเสริม

อาหารเสริมยอดฮิตตัวช่วยความสวย กินให้สวย…ไม่สะสมความเสี่ยง (สุขกายสบายใจ)
Nourish เรื่อง : สุธารัชฏ์ รัตนารามิก

ปัจจุบันสื่อทางอินเทอร์เน็ตมีข้อมูลเกี่ยวกับอาหารเสริมความงามหลากหลายชนิด ส่วนใหญ่จะเน้นถึงสรรพคุณเด่น ๆ ที่ให้ผลลัพธ์ในระยะเวลาอันสั้น เช่น ลดอ้วน 10 กิโลกรัมใน 1 เดือน, ลดสิวภายใน 14 วัน, เปลี่ยนผิวให้ขาวขึ้นภายใน 4 อาทิตย์ เป็นต้น สุดท้ายบอกด้วยว่าราคาไม่แพง คำโฆษณาเหล่านี้คงทำให้สาว ๆ หลายคนตัดสินใจซื้อไม่ได้ยาก เพราะความเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้เป็นทางลัดความสวยแบบไม่ต้องรอนาน โดยที่ไม่รู้ว่าหากกินแบบไม่ถูกวิธีอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้

 4 ตัวช่วยความงามยอดนิยม

 1.แอล-คาร์นิทีน => เร่งการเผาผลาญไขมัน ช่วยลดความอ้วน
 2.กลูต้าไธโอน => ช่วยให้มีผิวขาวมีออร่า
 3.ยาเม็ดคุมกำเนิด => ช่วยลดสิว และผิวพรรณเปล่งปลั่ง
 4.ยาเร่งฮอร์โมนเพศ => ช่วยเพิ่มขนาดหน้าอก

 กินได้…แบบไม่เสี่ยง

ตัวช่วยความงามยอดฮิต 4 ตัว ซึ่งนิยมใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ ทั้งรับประทานเพื่อเสริมความงาม ช่วยลดน้ำหนัก ช่วยให้ผิวขาว หรือช่วยเพิ่มขนาดหน้าอก สารเหล่านี้มีคุณสมบัติอย่างไร และรับประทานอย่างไรจึงจะได้คุณประโยชน์สูงสุด ไปดูกันค่ะ

 1.แอล-คาร์นิทีน (L-cornitine) เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ตามธรรมชาติเพื่อเร่งการสร้างโปรตีน สำหรับทางการแพทย์ถูกนำมาใช้ในกระบวนการฟอกเลือดในผู้ป่วยโรคไต นอกจากนี้ยังใช้เป็นอาหารเสริมในผู้เป็นมังสวิรัติประเภทเคร่งครัด ผู้มีน้ำหนักตัวน้อย และทารกที่คลอดก่อนกำหนด

เนื่องจากแอลคาร์นิทีนช่วยสร้างพลังงานให้กับร่างกายมากกว่าการช่วยเผาผลาญไขมันกรณีบริโภคเป็นอาหารเสริมควรบริโภคประมาณ 30 กรัมต่อวันจะช่วยบำรุงกล้ามเนื้อให้ทำงานได้เป็นปกติ ผลข้างเคียงเมื่อใช้ในปริมาณที่เกินกำหนดคือ อ่อนเพลีย อาเจียน ท้องเสีย แสบร้อนกลางอก ท้องร่วง เป็นลมชัก และเมื่อถูกร่างกายระบายออกมา ไม่ว่าจะเป็นปัสสาวะ ลมหายใจหรือเหงื่ออาจมีกลิ่นเหม็นคล้ายคาวปลา

 2.กลูต้าไธโอน (Glutathione) คือสารสังเคราะห์ที่ได้จากกรดอะมิโนไม่จำเป็น 3 ชนิด อันได้แก่ ซีสเตอีน (Cysteine) ไกลซีน (Glycine) กรดกลูตามิก (Glutamicacid) ถูกสร้างโดยอวัยวะตับ มีคุณสมบัติช่วยต้านโรคร้ายแรง โดยยับยั้งความผิดปกติของเซลล์ เช่น ด้านเชื้อ HIV (Humanlmmumodeficiency Virus) โรคต้อที่ตา และเชื้อมะเร็ง เป็นต้น

สำหรับกลูต้าไธโอนที่นิยมบริโภคเป็นอาหารเสริม หรือใช้ในแวดวงเสริมความงามนั้น ล้วนแต่ผสมกับวิตามินซีช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว โดยปริมาณการฉีดในระดับปกติอยู่ที่ 600 มิลลิกรัม ซึ่งประกอบด้วยสารแอล-กลูต้าไธโอนขนาด 1.25 กรัม ผสมกับวิตามินซีขนาด 5 มิลลิตร อาจพบผลข้างเคียงทั่วไป เช่น เจ็บหน้าอก หายใจถี่ รู้สึกอึดอัดบริเวณคอและหน้าอก เป็นหวัดตัวบวม คันตัว แต่ในกรณีที่ส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตนั้นเป็นเพราะบริโภค หรือฉีดเข้าสู่ร่างกายเกินขนาด

 3.ยาคุมกำเนิดลดสิว ช่วยยับยั้งการผลิตฮอร์โมนเพศชาย (เทสเทอร์โรนและแอนโดรเจน) ไม่ให้ผลิตไขมันออกมามากเกินจนอุดตัน และช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเพศหญิงให้อยู่ในระดับที่สมดุล ความเชื่อในการใช้ยานี้คือ ใช้เป็นยาลดสิว แต่ความจริงแล้วสามารถลดสิวได้แบบชั่วคราวเท่านั้น เพราะเมื่อหยุดกินยาแล้ว สิวก็จะกลับมาขึ้นใหม่ บางรายอาจมีอาการสิวเห่อขึ้นกว่าเดิมเป็น ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิดคือ อาเจียน น้ำหนักตัวขึ้น อารมณ์ไม่คงที่ แต่ในรายที่กินสะสมเป็นเวลานานจะทำให้เสี่ยงเป็นโรคหัวใจวาย และโรคลมอัมพาต

 4.ยาเร่งฮอร์โมนเพศเพิ่มขนาดหน้าอก ช่วยเร่งการผลิตฮอร์โมนเพศหญิง (ฮอร์โมนเอสโตรเจน) คุณสมบัติของยาชนิดนี้จะส่งผลต่อทุก ๆ ระบบร่างกายสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย เช่น กระบวนการเผาผลาญ ระบบเนื้อเยื่อ ระบบสืบพันธุ์

ความเชื่อในการใช้ยาชนิดนี้คือ ใช้เพิ่มขนาดหน้าอก โดยส่วนประกอบตัวยาหลักอาจผสมกับสมุนไพรบำรุงเพศหญิง เช่น โสมตังกุย ที่ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเพศหญิง จึงส่งผลให้ขนาดหน้าอกขยายใหญ่ขึ้น โดยจะทำงานในลักษณะเดียวกันกับยาคุมกำเนิดคือ ช่วยเร่งให้ร่างกายสร้างลักษณะต่าง ๆ ของเพศหญิง เช่น หน้าอก ผิวพรรณเนียนขึ้น เป็นต้น หากจำเป็นต้องใช้ยาชนิดนี้ควรอยู่ภายใต้คำสั่งของแพทย์ เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้อาจส่งผลให้ระบบฮอร์โมนเพศไม่สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติทางที่ดีควรใช้วิธีออกกำลังการแทนจะดีกว่า

เรื่องความสวยความงามคงห้ามกันไม่ได้จริงไหมคะ แต่เราอยากให้คุณชั่งใจเสียก่อนที่จะซื้ออาหารเสริมและยาเหล่านี้มาบริโภค ถ้าจะให้ดีก็ควรหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งที่เชื่อถือได้เพื่อประกอบการตัดสินใจ เพื่อความสวยแบบปลอดภัย

แหล่งแอลคาร์นิทีนธรรมชาติ เน้นอาหารที่ให้โปรตีน เช่น นม ไอศกรีม ชีส เนื้อวัว เนื้อสเต็ก เนื้อหมู หรือเนื้อเบคอน เนื้อไก่และเนื้อปลา อะโวคาโด แป้งโฮลวีต และหน่อไม้ฝรั่ง

แหล่งกลูต้าไธโอนธรรมชาติ คือ ไข่ไก่ (บริโภคประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์) หัวหอม กระเทียม โยเกิร์ต จมูกข้าว เนื้อแดง บร็อคโคลี

 ข้อแนะนำ…สวย…แบบปลอดภัย

การรับประทานอาหารเสริมแลผลิตภัณฑ์ยาที่มีสรรพคุณช่วยเสริมความงามนั้น มีข้อควรระวัง เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ด้านสุขภาพดังนี้

 1.เว้นระยะห่างการบริโภคอย่างเหมาะสม เช่น กินติดต่อกัน 1 เดือน เว้นไป 2 เดือน เพื่อให้โอกาสร่างกายได้ขจัดสารเคมีต่าง ๆ จากผลิตภัณฑ์นั้น

 2.บริโภคในปริมาณที่ฉลากแนะนำ เช่น กินวันละ 2 ครั้ง เช้า และก่อนนอน

 3.หาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยี่ห้อนั้น ๆ จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้

 4.หาข้อมูลเกี่ยวกับสารอาหารนั้นว่า ควรบริโภคอย่างไร ปริมาณเท่าใดที่ร่างกายต้องการ เพื่อป้องกันการบริโภคเกินขนาด

 5.ควรปรึกษาแพทย์หากมีโรคประจำตัว เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางตัวอาจส่งผลข้างเคียงให้อาการประจำตัวแย่ลง เช่น ไมเกรน ความดัน เบาหวาน เป็นต้น

  • Filed under:
    • Uncategorized

นิพิฏฐ์ ชงกรรมการสิทธิ์ ฟันรัฐบาลไม่รับผิดชอบ ปชช.ถูกไฟช็อตตาย

  • Posted on November 18, 2011 at 11:44 pm

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้พิจารณาสอบสวนเหตุที่ประชาชนถูกไฟฟ้าดูดมากกว่า 50 คนในเหตุการณ์อุทกภัยทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดในโลก โดยรัฐบาล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง ไม่ได้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนแต่อย่างใด

อีกทั้งหลังเกิดเหตุแล้วก็ไม่มีหน่วยงานใดออกมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน และทายาทหรือครอบครัวของผู้เสียชีวิตก็ไม่ทราบถึงสิทธิของตน ทำให้ไม่ได้รับการเยียวยาบรรเทาความเสียหายแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นการกระทำละเมิดโดยรัฐ ซึ่งรัฐต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ประชาชนผู้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากรัฐเป็นผู้ควบคุมไฟฟ้า และตามกฎหมายก็ระบุไว้ว่าไฟฟ้าเป็นสิ่งอันตรายโดยสภาพ เพราะฉะนั้นผู้ที่ควบคุมต้องระมัดระวัง
แต่ในขณะนี้ประชาชนยังไม่ทราบว่าสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ ซึ่งตนอยากจะเรียกร้องไปถึงอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้ศึกษาเรื่องนี้ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน เพราะคดีความเช่นนี้สามารถฟ้องร้องได้ ถ้ารัฐบาลไม่จ่ายเงินเยียวยาให้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้พิจารณาสอบสวนเหตุที่ประชาชนถูกไฟฟ้าดูดมากกว่า 50 คนในเหตุการณ์อุทกภัยทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดในโลก โดยรัฐบาล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง ไม่ได้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนแต่อย่างใด

อีกทั้งหลังเกิดเหตุแล้วก็ไม่มีหน่วยงานใดออกมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนและทายาทหรือครอบครัวของผู้เสียชีวิตก็ไม่ทราบถึงสิทธิของตน ทำให้ไม่ได้รับการเยียวยาบรรเทาความเสียหายแต่อย่างใด

ทั้งนี้นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นการกระทำละเมิดโดยรัฐ ซึ่งรัฐต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ประชาชนผู้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากรัฐเป็นผู้ควบคุมไฟฟ้า และตามกฎหมายก็ระบุไว้ว่าไฟฟ้าเป็นสิ่งที่อันตรายโดยสภาพ เพราะฉะนั้นผู้ที่ควบคุมต้องระมัดระวัง แต่ในขณะนี้ประชาชนยังไม่ทราบว่าสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ ซึ่งตนอยากจะเรียกร้องไปถึงอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้ศึกษาเรื่องนี้ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน เพราะคดีความเช่นนี้สามารถฟ้องร้องได้ถ้ารัฐบาลไม่จ่ายเงินเยียวยาให้

  • Filed under:
    • Uncategorized

พระ ว.วชิรเมธี แนะ 6 วิธี “คิด” อย่างมีสุขภาพ (จิต) ดี

  • Posted on November 14, 2011 at 9:12 pm

อาจกล่าวได้ว่า “ความคิด” นั้น มีผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตและความสุขในการดำรงชีวิตของแต่ละคน สังเกตง่าย ๆ หากวันนี้ “คิดบวก” หรือ “มองโลกในแง่ดี” โลกก็จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ในขณะที่วันไหน ชีวิตเต็มไปด้วยความทุกข์แสนสาหัส มองไปที่ไหนก็มีแต่ความขัดใจ ฟังใครพูดจาก็ขัดหู ใครยืนอยู่ตรงหน้าก็ขวางหูขวางตาเต็มไปหมด ลองพิจารณาใจของคุณดูว่า วันนั้นคุณ “คิดลบ” หรือ “มองโลกในแง่ร้าย” อยู่หรือเปล่า

เห็นได้ว่า ความคิดสัมพันธ์กับอารมณ์ ความรู้สึก และสามารถทำให้คุณดูอ่อนวัย หรือแก่เกินวัยได้เช่นเดียวกัน วันนี้มีเรื่องราว “การคิด” ตามศาสตร์ในโลกตะวันออกผ่านแนวคิดทางพระพุทธศาสนาของ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย มาฝากกัน โดยพระนักคิดท่านนี้ได้กล่าวถึงวิธี “คิด” อย่างมีสุขภาพดีตามหลักพุทธธรรมไว้ 6แบบ คือ

1. คิดแบบอริยสัจ หรือคิดแบบแก้ปัญหา

เป็นวิธีคิดที่เป็นสากล ใช้ได้ตลอดกาล และเป็นวิธีคิดที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยกย่องพระพุทธเจ้ามาก โดยวิธีคิดแบบอริยสัจมี 4ขั้นตอน คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค ถ้าเกิดปัญหาขึ้นในชีวิตให้กำหนดรู้ว่า ความทุกข์ที่เราเจออยู่นี้คืออะไรแน่ ทุกข์เราต้องกำหนดรู้ต้องศึกษา แต่คนส่วนใหญ่ เมื่อเกิดปัญหา เกิดความทุกข์ขึ้นมา กลับหลอมรวมตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แทนที่ทุกข์จะมีไว้สำหรับเห็น ก็กลับกลายเป็นทุกข์มีไว้สำหรับเป็น เมื่อมีความทุกข์ควรจะศึกษาให้ชัดว่า ที่ว่าทุกข์ ทุกข์นี้คืออะไรแน่ เมื่อกำหนดชัดแล้ว ศึกษาต่อไปว่าสาเหตุมันอยู่ที่ตรงไหน ตามไปดูให้รู้ถึงสาเหตุ และเมื่อค้นพบสาเหตุแล้ว ดูว่าจะแก้มันอย่างไร ลองตั้งสมมติฐานขึ้นมา นี่คือนิโรธ เมื่อตั้งสมมติฐานแล้วตั้งค้างไว้ก็ไม่เกิดอะไรขึ้นต้องลงมือแก้ทุกข์ จากนั้นก็ลงมือแก้ทุกข์ นั่นคือมรรค 8ตามที่เราทราบกัน

2. คิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย

ความคิดในลักษณะนี้ อาจกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า ปรากฏการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกและชีวิตของเราล้วนมีที่มา ทุกสิ่งที่เราประสบพบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความทุกข์ ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ มีที่มาทั้งหมด แต่เรามักไม่ค่อยคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย เพราะคนส่วนใหญ่จะคิดแบบผิดๆ 3วิธีคือ คิดแบบแล้วแต่กรรมเก่า คิดแบบแล้วแต่พระเจ้าบันดาล และคิดแบบแล้วแต่โชคชะตาจะพาให้เป็นไป ทั้งๆ ที่ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตมนุษย์เรา สามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ทั้งหมด ถ้าเราเข้าใจวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย มนุษย์ทุกคนที่มีความทุกข์ มีศักยภาพที่จะพ้นทุกข์อย่างทัดเทียมกัน

3. คิดแบบมองโลกในแง่ดี

หลายๆ ท่านคงได้ยินกันบ่อยกับคำว่า positive thinking เพราะมีคนพูดถึงกันมาก แต่การมองโลกในแง่ดีนี้มีอยู่ 2แบบ คือ มองโลกในแง่ดีแบบคนโง่ และมองโลกในแง่ดีแบบคนฉลาด ทั้งนี้ การมองโลกในแง่ดีแบบคนโง่ คือ สอบตกก็สอบใหม่ได้ไม่เห็นเป็นไร เรียนนานๆ ความรู้ยิ่งแน่น มองแบบนี้มันก็ไม่ทุกข์ สอบตกก็ยังร้องเพลงได้ มันไม่ทุกข์ในปัจจุบัน แต่มันจะทุกข์ในอีก 10 – 20ปีข้างหน้า ซึ่งแท้ที่จริงการมองโลกในแง่ดีต้องมองด้วยสติ ดังที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสกับพระอานนท์ในกรณีของนางจิญจมานวิกาว่า “อานนท์ เธอก็คิดสิว่าเราเกิดมาอยู่ในสังคม เธอ ฉัน คนทั้งโลก เราเปรียบเสมือนช้างศึกก้าวสู่สงคราม ต้องพร้อมที่จะยอมรับศาสตราวุธจากทิศทั้งสี่ เมื่อเราก้าวสู่สงครามชีวิต” เพราะฉะนั้น สุข ทุกข์ สมหวัง ผิดหวัง เศร้าเสียใจ เราต้องเจอแน่

4. คิดแบบอยู่กับปัจจุบัน

วิธีการอยู่กับปัจจุบัน คือ การฝึกสติตามแนววิปัสสนากรรมฐาน พระพุทธองค์ทรงเป็นตัวอย่างที่ดี ครั้งหนึ่งทรงนั่งสมาธิอยู่กับปัจจุบันอย่างสงบใต้โคนต้นไม้ ใกล้ ๆ บริเวณนั้น มีฟ้าผ่าโคชาวนาตายไป 7ตัว พอฝนซาฟ้าสว่างมีคนไปกราบถามพระพุทธองค์ว่า ทรงได้ยินเสียงฟ้าผ่าไหม ทรงตอบว่า “ไม่ได้ยินเลย” เหตุที่พระพุทธองค์ไม่ได้ยิน เพราะพระองค์ไม่ได้ส่งใจออกไปตามเสียงฟ้าเสียงฝน แต่เก็บใจไว้ในที่ที่ควรอยู่ นั่งนิ่ง ๆ แต่เป็นการนิ่งอย่างตื่นรู้ คนที่มีสติอยู่กับปัจจุบัน ข้างนอกยุ่งอย่างไร ใจเขาก็มีความสุข

5. คิดแบบรู้ทันธรรมดา

ธรรมดาของโลกนี้เป็นสิ่งสากล คนทั่วโลกจะพบเหมือนกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเกิดมาบนกองเงินกองทอง หรือเกิดมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ สัจธรรมนี้ไม่เคยมีใครหนีพ้น นั่นคือไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หรือ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ ซึ่งมันเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในตัวของเราและครอบงำไปทั่วโลก เราจะต้องรู้จักคำ รู้ทันธรรมดา” แล้วท่องไว้ในใจ

6. คิดแบบคุณค่าแท้-คุณค่าเทียม

เราอยู่ในโลกนี้ เราเสพบริโภคปัจจัยสี่ ปัจจัยสี่ที่เราบริโภคจะมีอยู่ 2คุณค่า คือ คุณค่าแท้ คุณค่าเทียม เวลาพระจะฉันภัตตาหาร พระพุทธเจ้าจะให้ท่องหรือพิจารณา ท่านเรียกว่าบทปฏิสังขาโย บทนี้เป็นบทพิจารณาปัจจัยสี่ ถ้าเราพิจารณาอย่างมีปัญญา เราจะบริโภคปัจจัยสี่อย่างเห็นคุณค่าที่แท้ เช่น เวลาเราบริโภคอาหารท่านก็ให้พิจารณาว่า อาหารนี้ที่เรารับประทานเข้าไป ไม่ใช่เพื่อเล่นเพื่อสนุกสนาน เพื่อเมามัน เพื่อเกิดพลังทางกาย แต่เรากินเพื่อกำจัดความหิว กินเพื่อให้ร่างกายมีแรงศึกษาธรรมะ กินเพื่อบำบัดเวทนาเก่า และป้องกันเวทนาใหม่ไม่ให้เกิดขึ้น และเมื่อมีเรี่ยวแรง แล้วก็ไม่ใช่เพื่อเมามัน หรือเพื่อความสวยความงาม แต่เพื่อจะได้ทำประโยชน์ต่อไป นี่คือคุณค่าแท้ในการกินอาหาร

ดังนั้น ในเชิงของพระพุทธศาสนา ความคิด เป็นเรื่องของการมีสัมมาทิฏฐิ หรือการคิดชอบ ที่เปรียบเป็นนาวาที่พาชีวิตให้ไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องและมีความสุขได้ การคิดดีนำไปสู่การมีอารมณ์ดี สะท้อนถึงสุขภาพจิตที่ดี การลดความโกรธ ความเครียด สร้างทัศนคติในเชิงบวก ก็จะนำมาซึ่งความสุขสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ และอายุที่ยืนยาว ทั้งตัวเราและคนในครอบครัวก็พลอยจะมีความสุขตามไปด้วย

 

  • Filed under:
    • Uncategorized