เมื่อไหร่ก็ตามที่เรายังความฝัน เรายังมีเป้าหมาย เรายังไขว่คว้าหาอนาคต เมื่อนั้นเราจะยังปลงตกได้ยาก เพราะสิ่งยั่วยวนโดยเฉพาะกิเลสซึ่งเป็นธรรมชาติของปุถุชนทั่วไปก็ยังเข้ามาครอบงำจิตใจของเราอยู่เต็มพื้นที่ คนจึงคิดถึงการรักษาสิ่งที่มีอยู่ การหาเพิ่ม การหาใหม่ หรือการที่จะได้เป็น ได้ไป ตามที่จิตใจหลอกหลอนไว้ เพราะใจของเรามักจะเดินทางล่วงหน้าไปพร้อมกันความฝันก่อนที่ชีวิตจะเดินตามไปเสมอ ยิ่งจิตใจชอบไปเที่ยวมากเท่าไหร่ ทำให้ชีวิตคนต้องดิ้นรนไขว่คว้าและต้องเหนื่อยล้ามากยิ่งขึ้น เราจะเห็นว่า…
เมื่อไหร่ก็ตามที่คนเราคิดว่า รู้สึกว่าตัวเองยังมีเวลามาก คนก็จะไม่คิดอะไรมาก เพราะทำผิดก็ยังมีเวลาแก้ตัว ลืมทำก็ยังมีเวลาทำได้ ทำไม่ดีก็ยังมีเวลาทำดีชดเชยได้ เช่นเดียวกันกับคนที่ยังมองไม่เห็นจุดสุดท้ายของชีวิต คนก็มักจะคิดแต่ได้ คิดแต่จะหาประโยชน์ใส่ตัว แต่..เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นคนจนคนรวย สูงศักดิ์ต่ำศักดิ์ เราจะเห็นได้ว่าคนทุกคนรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าสิ่งที่ไขว่คว้าและดิ้นรนหามาทั้งชีวิตนั้นไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับวาระสุดท้าย เพราะไม่มีใครเอาชื่อเสียง เงินทองและสมบัติที่มีอยู่ติดตัวไปได้เลย เราจะเป็นได้จากชีวิตจริงหรือในภาพยนต์ที่คนใกล้ตายจะสำนึกได้ จะคิดได้ และเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างโดยที่ไม่ต้องมีใครมาสั่งสอน เช่น
ความจริงของชีวิตในข้อนี้ คนเราน่าจะนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี โดยซ้อมคิดทุกวันว่าถ้าวันนี้เป็นวาระสุดท้ายของชีวิต เรายังคงจะเอาเปรียบคนอื่นอีกต่อไปหรือไม่ เรายังคงคดโกงคนอื่นอีกหรือไม่ เรายังคงเมินเฉยกับการทำบุญกุศล เรายังคงละเลยการดูแลคนที่เรารักต่อไปอีกหรือไม่ เรายังคงทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเพื่อไล่ล่าหาความฝันที่กิเลสสร้างขึ้นมาหลอกหลอนเราต่อไปอีกหรือไม่ การซ้อมคิดถึงวาระสุดท้ายของชีวิตน่าจะช่วยให้คนเราได้มีโอกาสหยุดคิดย้อนชีวิตลงกลับไปที่ศูนย์ ปลดเปลื้องพันธนาการของโลกแห่งการสมมติออกให้หมด แล้วทบทวนชีวิตเสียใหม่ ใครคิดได้ทำได้ทุกวันน่าจะช่วยป้องกันไม่ให้ชีวิตเดินผิดลู่ผิดเลน และช่วยลดภาระในชีวิตลงได้มากทีเดียว นอกจากนี้ยังจะช่วยป้องกันไม่ให้ชีวิตหลุดออกจากสัจจธรรมของชีวิตมากเกินไป เพราะเรามีการทบทวนชีวิตตลอดเวลา ถ้าคิดว่าวันนี้คือวาระสุดท้ายของชีวิต เราควรจะพูด ควรจะแสดงออก ควรจะกระทำอะไรกับใครบ้าง ซึ่งเมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิตทุกคนสามารถทำได้ เช่น ขอโทษพ่อแม่ที่เราเคยทำไม่ดีไว้กับท่าน ขอบคุณคนที่มีพระคุณ สารภาพว่าเคยทำผิดอะไรในอดีต อภัยให้กับคนที่เคยทำไม่ดีกับเราไว้ ฯลฯ เราคงไม่รีรอที่จะทำสิ่งต่างๆที่เคยค้างคาใจมา เราคงจะรีบฉกฉวยโอกาสของเวลาที่เหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด และเชื่อว่าคุณที่อยู่ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตน่าจะคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเองแน่ๆ เพราะการคิดถึงตัวเองคิดไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะอนาคตเหลือน้อยหรือแทบจะไม่มีเหลืออีกต่อไป |
ทำไมต้องรอให้คิดได้เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต?
Continue reading ทำไมต้องรอให้คิดได้เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต? »
วิธีดูแลแบตเตอรี่ให้จ่ายกระแสไฟได้เต็มอัตรา
วิธีดูแลแบตเตอรี่ให้จ่ายกระแสไฟได้เต็มอัตรา

แบตเตอรี่ อุปกรณ์ที่ทำหน้ากักเก็บและแจกจ่ายกระแสไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ภายใน (และนอก) ตัวรถ หลายคนคงเคยหงุดหงิดกันมาบ้างแล้วยามที่แบตเตอรี่งอแงแล้วสตาร์ทไม่ติด ในกรณีที่แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ อันนี้ก็คงทำอะไรมากไม่ได้ นอกจากไปที่ร้านแบตเตอรี่หรือศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ แต่ในกรณีที่ยังไม่สิ้นอายุขัย (ได้ซัก 3 ปีก็เก่งแล้วครับ) แต่ขาดการดูแลรักษาจนกระแสไฟเดินไม่สะดวกล่ะก็ ไปเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือได้เลยครับ

ก่อน จะไปเรื่องทำความสะอาดขั้ว “นาย T” อยากให้ความสำคัญกับปริมาณของน้ำกรดในแบตเตอรี่เป็นอันดับแรก (ในกรณีที่เป็นแบบ Lead Acid Battery) ซึ่งจะต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งก็จะช่วยให้ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่นั้นเต็มเปี่ยม
อยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าขั้วสะอาด 
เอี่ยมอ่อง แต่ไฟไม่มีมันก็เท่านั้นล่ะ
ครับ ถ้าน้ำกรดเต็ม และแบตเตอรี่
ยังไม่หมดอายุการใช้งาน แตที่จะ่มี
ปัญหาเรื่องการสตาร์ทล่ะก็ (แต่ได-
ชาร์จกับมอเตอร์ไฟฟ้าต้องสมบูรณ์
นะ) ลองส่องแถวๆ ขั้วแบตเตอรี่ดู
ครับ เพราะอาจเป็นได้ว่ามีคราบขี้
เกลือหนาแน่นถึงปานกลางบริเวณ
ขั้วแบตเตอรี่ จนทำให้กระแสไฟฟ้า
เดินไม่สะดวก เพราะว่าขี้เกลือก็คือ
ฉนวนไฟฟ้าชนิดหนึ่งนั่นเองครับ ก็
เลยเป็นอีกปัจจัยที่ทำใหรถ้สตาร์ท
แล้วไม่ค่อยจะติดครับ

อันดับ แรกคือถอดขั้วแบตเตอรี่ออกก่อน และจะต้องถอด “ขั้วลบ” ก่อนเสมอนะครับ แล้วค่อยตามด้วยขั้วบวก (ห้ามลืมเด็ดขาด) จากนั้นก็ยกแบตเตอรี่ออกจากรถ ที่เหลือก็ต้องพึ่งตัวช่วยอย่างแปรงลวดกับจาระบี ในการขัดทำความสะอาดและ
ป้องกันการก่อตัว (อีกระลอก) ของ 
ขี้เกลือที่ขั้วแบตเตอรี่ แต่ถ้าเป็น
เมืองนอกเมืองนา เค้าจะมีชุดคิท
จำพวก Corrosion Removal
Fluids หรือเป็น Battery Terminal
Cleaner (และอีกหลายชื่อเลยล่ะ)
ถ้าไทยๆ ก็น้ำยาขจัดขี้เกลือหรือ
คราบสกปรกบริเวณ ขั้วแบตเตอรี่
นั่นเองครับ ซึ่งก็จะช่วยให้งานง่าย
ขึ้นอีกนิด แต่ถึงยังไงก็ต้องลงแปรง
อีกอยู่ดี นอกจากนี้ก็ยังจะมีน้ำยา
เคลือบพวกขั้วแบตเตอรี่ (Battery
Terminal Coating) ด้วยล่ะกันครับ
สำหรับบ้านเรา “นาย T” ก็เห็นว่ามี
จำหน่ายบ้างเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะ
หาซื้อกันได้หรือเปล่านี่ซิครับ ?

แต่ ไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ เล่นของที่หาง่ายๆ ใกล้ๆ ตัว อย่างแปรงลวด (หรือแปรงทองเหลือง) กับจารบีก็พอได้อยู่ หรือจะเล่นกับน้ำร้อน (แค่ร้อนนะครับ ไม่ใช่น้ำเดือด)+เบกกิ้งโซดา (ผงฟู) ก็ได้เหมือนกัน ขั้นแรกก็ให้ผสมน้ำร้อนกับผงฟูแล้วจึง
ราดลงไปที่ขั้วแบตเตอรี่ ทิ้งไว้ซัก 
พักแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือ
จะลงแปรงต่อไปก็ได้ครับ เอาให้ได้
เห็นเนื้อตะกั่ว ของขั้วแบตเตอรี่จน
ถ้วนทั่วเลยก็แล้วกันครับ แล้วค่อย
ล้างด้วยน้ำสะอาด และเช็ดให้แห้ง
สนิท และถ้าจะให้ดีก็ต้องไปขัดเอา
คราบขี้เกลือที่ขั้วเสียบที่รถด้วย ทั้ง
นี้ก็เพื่อให้มีพื้นที่สัมผัสกับขั้วแบต-
เตอรี่เต็มร้อยเช่นกันนั่นเอง และเมื่อ
มั่นใจแล้ว ว่าสะอาดเอี่ยมอ่องจริงๆ
แล้ว ก็มาที่ตัวช่วยลำดับที่ 2 กับ
จาระบีที่มีคุณสมบัติในการป้องกัน
การแทรกแซงของความชื้น อันเป็น
บ่อเกิดของขี้เกลือ ได้อย่างดีเยี่ยม
ยอด จัดการป้าย (บางๆ) ให้ทั่วทั้งที่
ขั้วแบตเตอรี่และขั้วบวก-ลบที่ตัวรถ
จากนั้นก็ยกแบตเตอรี่เข้าประจำการที่ตำแหน่งเดิม และอย่าลืมว่าตอนใส่ต้องเริ่มจากขั้วบวกก่อน แล้วค่อยตามด้วยขั้วลบครับ

การเติมน้ำกลั่นมากเกินขนาด ก็เป็นอีกปัจจัยที่ก่อให้เกิดขี้เกลือได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็
เพราะว่าเวลาที่แบตเตอรี่ทำงาน น้ำกรด (ที่มากเกิน) บางส่วนนั้นจะระเหยเป็นไอ
(ระวังอย่าให้เกิดประกายไฟนะครับ) ไอดังกล่าวก็จะมาเกาะตัวที่ขั้วของแบตเตอรี่นี่
แหละครับ และนอกจากจะทำให้เกิดขี้เกลือแล้ว การเติมน้ำกลั่นมากเกินไปยังอาจ
ทำให้น้ำกรดในระบบล้นออกมาสร้างความเสียหายให้กับชิ้นส่วนที่อยู่ใกล้เคียงได้
อีกด้วยล่ะครับ
จาก etoyota club
Continue reading วิธีดูแลแบตเตอรี่ให้จ่ายกระแสไฟได้เต็มอัตรา »